ข่าว:

รับสมัครเฉพาะชาวเรือและผู้ที่สนใจที่เป็นคนไทยเท่านั้น สมัครแล้วรออนุมัติประมาณ 2-3 วัน หากต้องการด่วนโปรดแจ้ง webmaster@marinerthai.net

Main Menu

SGP เซ็นสัญญาซื้อขาย LPG กับฟิลิปปินส์ ระยะเวลา 6 เดือน มูลค่า 180 ล้านดอลล์

เริ่มโดย mrtnews, ก.ค 01, 14, 21:54:53 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

mrtnews

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) - จันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2557 - นางจินตณา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ตกลงเซ็นสัญญาการขายก๊าซ LPG ให้กับ บริษัท Liquigaz Philippines Corporation ประเทศฟิลิปปินส์ จำนวน 30,000 ตันต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน หรือคิดเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 180,000 ตัน โดยมูลค่าการขายก๊าซ LPG ในครั้งนี้ ประเมินมูลค่าที่ได้จากการขายก๊าซในครั้งนี้รวมประมาณ 180 ล้านเหรียญ โดยจะรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลังนี้ทั้งหมด


บริษัท Liquigaz Philippines Corporation ประกอบ ธุรกิจค้าปลีกขายก๊าซปิโตรเลียมเหลวในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น อันดับ 2 ในประเทศฟิลิปปินส์

นางจินตนา กล่าวเพิ่มเติมว่า SGP เป็น ผู้จัดจำหน่ายก๊าซ LPG รายใหญ่ในภูมิภาค เอเชียตะวันออก เนื่องจากก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนในธุรกิจค้าก๊าซ LPG มา อย่างต่อเนื่อง โดยมีคลังก๊าซอยู่หลายแห่ง ได้แก่ เวียดนามเหนือ, เวียดนามใต้, สิงคโปร์, มาเลเซียตะวันออก และจีนจำนวน 2 แห่ง (เมืองจูไห่ และ เมืองซัวเถา) ซึ่งถือเป็น ยุทธศาสตร์ในการนำเข้าและส่งออก ก๊าซ LPG ไป ยังประเทศต่าง ๆ และจากการได้รับการยอมรับ จึงมีลูกค้าที่ซื้อขายก๊าซ LPG กับบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ประเมินว่า ในช่วงครึ่งปีหลังทิศทางราคาก๊าซ LPG ใน ตลาดโลกจะเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากในช่วงไตรมาสที่ 3 จะเริ่มเข้าสู่ ช่วงฤดูมรสุมในแถบภูมิภาคนี้และ ไตรมาสสุดท้ายของทุกปีจะมี ปริมาณความต้องการจากการใช้แก๊ส เพื่อทำความอบอุ่นในช่วงฤดูหนาว

นางจินตนา กล่าวว่า บริษัทฯ เองยังคงเน้นกลยุทธ์ขยายธุรกิจในประเทศแถบเอเชียให้ครอบคลุม ทุกประเทศ เนื่องจากธุรกิจในต่างประเทศมี อัตรากำไรขั้นต้นที่ดี และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก สร้างการเติบโตเสริมกับธุรกิจในประเทศ โดยปัจจุบันสัดส่วนธุรกิจในต่าง ประเทศของบริษัทฯ อยู่ที่ 60% และในประเทศอยู่ ที่ 40% โดยในปีนี้ธุรกิจในประเทศยังคงเดินหน้าขยายสถานีบริการก๊าซ LPG ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นให้ได้ 40 แห่ง จากปัจจุบันที่มี อยู่แล้ว 37 แห่ง และเชื่อว่าจากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น จะสนับสนุนเป้าหมายรายได้ทั้งปี 57 ให้ เติบโต 15% หรือ 76,000 ล้านบาท จากปี 56 ที่ อยู่ระดับ 66,277 ล้านบาท ส่วนกำไรคาดว่าจะเติบโตมากกว่าปีก่อน ตามที่วางไว้ได้

"การที่บริษัทฯได้เซ็นสัญญาขายน้ำมันให้กับ ประเทศฟิลิปปินส์ จะช่วยสนับสนุนเป้าหมายรายได้ที่ 7.6 หมื่นล้านบาท ได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันจะช่วยให้ปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG ไปยังต่างประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 1.88 ล้านตัน จากเดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 1.7 ล้านตัน" นางจินตนา กล่าว

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/57 มั่นใจว่าจะกลับมามีกำไรแน่นอน เนื่องจากราคาก๊าซที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับไม่มีขาดทุนสต็อกอีก ขณะที่ไตรมาส 3/57 คาดว่าราคาก๊าซ LPG มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าราคาจะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบบริษัทฯได้มีการลดระยะเวลาสต็อกก๊าซ LPG ลงเหลือ 1 เดือน จากเดิมที่สต็อกก๊าซ LPG นานถึง 3 เดือน ช่วยให้กำไรปีนี้เติบโตขึ้นได้อย่างแน่นอน

"การที่เราได้ทำสัญญาขายก๊าซให้กับพันธมิตรครั้งนี้จะช่วยให้รายได้ของเราไปตามเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้เราเชื่อว่าไตรมาส 3 ราคาก๊าซคงจะมีเสถียรภาพมากขึ้น และเราลดระยะเวลาการเก็บสต็อกให้น้อยลงจะช่วยให้เรามีการขาดทุนจากสต็อกน้อยลง ซึ่งเราเชื่อว่าปีนี้เราจะมีกำไรอย่างแน่นอน เพราะเราได้ลดความเสี่ยงกจากการขาดทุนสต็อก" นางจินตนา กล่าว

สำหรับการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาปฏิรูปด้านพลังงานนั้น นางจินตนา กล่าวว่า อยากให้มีการปรับราคาก๊าซทั้งภาคครัวเรือนและขนส่งให้เท่ากัน เนื่องจากปัจจุบันราคาก๊าซ LPG ของขนส่งต่ำกว่าก๊าซครัวเรือน อยู่ที่ 1.25 บาท/กิโลกรัม เพื่อจะได้สะท้อนราคาที่แท้จริง

ที่มา -




SGP เซ็นสัญญาขายก๊าซให้กับ Liquigaz Philippines Corporation มูลค่าซื้อขายรวมประมาณ 180 ล้านเหรียญ รับรู้รายได้ทั้งหมดในครึ่งปีหลังนี้

SGP ผู้จัดจำหน่ายก๊าซ LPG รายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ประกาศเซ็นสัญญาขายก๊าซ LPG ต่อเนื่องยาว 6 เดือน กับ "Liquigaz Philippines Corporation"ประเทศฟิลิปปินส์ คิดเป็นปริมาณจำหน่าย 180,000 ตัน โดยราคาขายขึ้นอยู่กับราคาอ้างอิงในตลาดโลก โดยประเมินคร่าว ๆ SGP จะรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น 180 ล้านเหรียญ ในปีนี้ทั้งหมด เป็นอีกปัจจัยหนุนเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่วางไว้ จะเติบโตอีก 15% หรือ 76,000 ล้านบาท


นางจินตณา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ตกลงเซ็นสัญญาการขายก๊าซ LPG ให้กับ บริษัท Liquigaz Philippines Corporation ประเทศฟิลิปปินส์ จำนวน 30,000 ตันต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน หรือคิดเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 180,000 ตัน โดยมูลค่าการขายก๊าซ LPG ในครั้งนี้ประเมินมูลค่าที่ได้จากการขายก๊าซในครั้งนี้รวมประมาณ 180 ล้านเหรียญ โดยจะรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลังนี้ทั้งหมด

บริษัทฯ ที่เราได้เซ็นสัญญาขายในครั้งนี้คือบริษัท Liquigaz Philippines Corporation ประกอบธุรกิจค้าปลีกขายก๊าซปิโตรเลียมเหลวในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 2 ในประเทศฟิลิปปินส์อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ประเมินราคาถัวเฉลี่ยการขายก๊าซ LPG ในครั้งนี้มูลค่ารวมราว 180 ล้านเหรียญ" นางจินตนา กล่าว

นางจินตนากล่าวเพิ่มเติมว่า SGP เป็นผู้จัดจำหน่ายก๊าซ LPG รายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เนื่องจากก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนในธุรกิจค้าก๊าซ LPG มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีคลังก๊าซอยู่หลายแห่ง ได้แก่ เวียดนามเหนือ, เวียดนามใต้, สิงคโปร์, มาเลเซียตะวันออก และจีนจำนวน 2 แห่ง (เมืองจูไห่ และ เมืองซัวเถา) ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์ในการนำเข้าและส่งออกก๊าซ LPG ไปยังประเทศต่าง ๆ และจากการได้รับการยอมรับ จึงมีลูกค้าที่ซื้อขายก๊าซ LPG กับบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ประเมินว่า ในช่วงครึ่งปีหลังทิศทางราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลกจะเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากในช่วงไตรมาสที่ 3 จะเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมในแถบภูมิภาคนี้และไตรมาสสุดท้ายของทุกปีจะมีปริมาณความต้องการจากการใช้แก๊สเพื่อทำความอบอุ่นในช่วงฤดูหนาว สำหรับบริษัทฯ เองยังคงเน้นกลยุทธ์ขยายธุรกิจในประเทศแถบเอเชียให้ครอบคลุมทุกประเทศ เนื่องจากธุรกิจในต่างประเทศมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก สร้างการเติบโตเสริมกับธุรกิจในประเทศ โดยปัจจุบันสัดส่วนธุรกิจในต่างประเทศของบริษัทฯ อยู่ที่ 60% และในประเทศอยู่ที่ 40% โดยในปีนี้ธุรกิจในประเทศยังคงเดินหน้าขยายสถานีบริการก๊าซ LPG ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นให้ได้ 40 แห่งจากปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 37 แห่ง และเชื่อว่า จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น จะสนับสนุนเป้าหมายรายได้ทั้งปี 2557 ให้เติบโต 15% หรือ 76,000 ล้านบาท จากปี 2556 ที่อยู่ระดับ 66,277 ล้านบาท ส่วนกำไรคาดว่าจะเติบโตมากกว่าปีก่อน ตามที่วางไว้ได้

ที่มา -