Menuleft - MarinerThai.Net

หน้าแรก

เว็บบอร์ดชาวเรือ

สารบัญเว็บไซด์ชาวเรือ

เอกสารน่าอ่านไทย

เอกสารน่าอ่านอังกฤษ

สาระไอทีชาวเรือ

แหล่งคนหางานเรือไทย

บทความจากสมาชิก

นิทานชาวเรือ

คนเรือหัวหมอ

คู่มือปฏิบัติงานเรือ

ระบบสื่อสาร-เดินเรือ

พจนานุกรมศัพท์ทางเรือ

ความหมายคำย่อทางเรือ

ข่าวอัพเดทรายวัน

ข่าวสดราคาน้ำมันโลก

รวมข่าวโจรสลัด

รวมข่าวอุบัติเหตุทางเรือ

สนับสนุนเว็บเรา

สถิติผู้เข้าชมเว็บนี้

ติดต่อเรา

เปิดเว็บ 1 ตุลาคม 2545

 

ขณะนี้เวลา | Your Time
10:46:33

Nathalin Group

MarinerThai 2004

TOP Enginerring Group

MSC - Marine Survitec Company

 

 
 
 

 

 

Nathalin Group

Advertising in marinerthai.net MSC - Marine Survitec Company

ล่องทะเลสาบสงขลา ยลชีวิตธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ล่องทะเลสาบสงขลา ยลชีวิตธรรมดาที่ไม่ธรรมดา


โดยหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ 29 พฤศจิกายน 2549 15:36 น.

โดย ปิ่น บุตรี

วิธีชุมชนชาวประมงในทะเลสาบสงขลา

1...

โลกหมุนไปวันๆ ฤดูกาลผ่านผันไปตามเวลา

สรรพสิ่งในใต้หล้าล้วนแปรเปลี่ยนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ทะเลสาบสงขลา...ไยมิใช่ประสบกับสภาพการณ์เปลี่ยนแปรเฉกเช่นเดียวกัน

จากลุ่มน้ำอันอุดมสมบูรณ์ที่คนแก่ในพื้นที่เล่าว่า ถึงขนาดปลาในทะเลสาบแทบว่ายชนกัน หรือบางครั้งว่ายมาให้จับกินถึงหน้าบ้าน ส่วนกุ้งนั้นแน่นเอี๊ยด หน้ากุ้งทีไรช้อนเมื่อไหร่ได้เมื่อนั้น มาวันนี้ทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ได้ลดน้อยถอยลงไปตามสภาพการณ์เปลี่ยนแปลงของโลก

เรือใหญ่-เรือเล็ก 2 ความแตกต่าง ในวิถีเดียวกัน

แต่กระนั้นในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาก็ยังคงมีคนกลุ่มหนึ่งยังคงยึดในอาชีพทำการประมงพื้นบ้านอย่างเหนียวแน่น ซึ่งถึงแม้ว่าอาชีพประเภทนี้นับวันยิ่งมายิ่งเหลือน้อย

แต่อาชีพการทำประมงพื้นบ้านก็ยังดำรงคงอยู่

แถมยังเป็นการดำรงคงอยู่ที่ที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่น้อยทีเดียว อีกทั้งทะเลสาบสงขลายังเป็นแหล่งเลี้ยงปลาในกระชังแหล่งใหญ่มากแห่งหนึ่งในเมืองไทย มีปลากะพงขาว เป็นผลผลิตแห่งท้องทะเลที่ขึ้นชื่อลือชา

เมื่อมีของดีมากเสน่ห์ เมื่อต้นปี 49 ทางอุทิศ ชูช่วย นายกเทศมนตรีนครสงขลา จึงได้ริเริ่มกิจกรรมนั่งเรือเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านในทะเลสาบสงขลาแถบปากอ่าวไทยในตัวเมืองสงขลาขึ้น หลังจากที่ผ่านมาปล่อยให้ทางเกาะยอ และทางทะเลน้อย จ.พัทลุง จัดกิจกรรมลักษณะนี้ล่วงหน้าไปเสียหลายปี

นอกจากนี้ยังมีการสร้างท่าเทียบเรือสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยวขึ้นอีกด้วย

เป็นท่าเทียบเรือที่ผมมองว่ามีบรรยากาศยามราตรีที่น่านั่งไม่น้อย เพราะยิ่งมืดยิ่งมองคล้ายกับร้านเหล้ายังไงยังงั้น

ส่วนกิจกรรมล่องเรือเที่ยวในทะเลสาบบริเวณปากอ่าวนี่ก็ถือว่ามากไปด้วยเสน่ห์ยิ่งยวดเช่นกัน

เพราะทะเลสาบสงขลาที่ดูธรรมดาๆนั้น หากแต่ว่าเมื่อล่องเรือไปก็จะได้พบกับวิถีชาวประมงพื้นบ้านที่ไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง

โพงพางหนึ่งในรูปแบบการจับปลาพื้นบ้านที่ ณ วันนี้เกิดกรณีพิพาทขึ้นระหว่างคน 2 กลุ่ม

2...

เวลาประมาณ 10 โมงกว่าๆเห็นจะได้ เรือขนาดความจุราว 20 ที่นั่งแล่นมาเทียบท่ายังท่าเรือแห่งใหม่ ที่ฝั่งตรงข้ามเป็นเขาตั้งกวนตั้งตระหง่าน ส่วนรอบๆเชิงเขาตั้งกวนและทางฝั่งท่าเรือก็เป็นชุมชนชาวประมงที่ตั้งอยู่เรียงราย

เมื่อเรือพร้อม คนพร้อม นาวาลำย่อมก็ติดเครื่องแล่นฝ่าคลื่นลมไปอย่างเนิบนาบ

ระหว่างทางช่วงแรกๆ นอกจากเรือประมงและวิถีชาวประมงที่สามารถพบได้ทั่วไปริมฝั่งน้ำแล้ว กลางทะเลสาบก็โดดเด่นไปด้วยโพงพางจำนวนมากมายหลายปาก ที่สร้างขึ้นเพื่อเอาไว้ดักปลาในทะเลสาบสงขลาซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปลากระบอกและปลากะพงขาว

ปู-ปลา สดๆที่ได้มาจากการกู้อวน

พี่ “สุเทพ การะกน” ไกด์กิตติมศักดิ์จากเทศบาลเล่าให้ผมฟังว่า แม้การจับปลาด้วยโพงพางจะมีมาในทะเลสาบสงขลามาช้านานแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันชาวประมงในทะเลสาบต่างมีกฎว่าห้ามสร้างโพงพางเพิ่ม แต่ถ้าเสีย พัง ก็สร้างขึ้นใหม่ในที่เดิมได้ และสามารถขายทอดต่อๆกันได้ ปัจจุบันตกปากละ 7 หมื่น ถึงแสนบาททีเดียว แต่หากว่าใครที่ซื้อไปก็คุ้มไม่น้อย เพราะวันหนึ่งๆโพงพาง 1 ปาก สามารถดักปลาขายได้เฉลี่ย 3-4 พันบาททีเดียว นอกจากนี้ชาวประมงยังมีกฎอีกว่า ห้ามแล่นเรือฝ่าเข้าไปในโพงพางมิฉะนั้นจะถูกปรับ

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าการจับปลาด้วยโพงพาง ณ วันนี้จะสะดวกโยธินไปเสียทีเดียว เพราะกรณีพิพาทกันอยู่ระหว่าง เรือที่สัญจรไป-มา กับ ผู้ทำโพงพาง ยังเป็นหนึ่งในปัญหาค้างคาของทะเลสาบสงขลา ที่ภาครัฐคงต้องลงไปเจรจาไกล่เกลี่ย หาจุดสมดุล และกฎระเบียบที่เป็นธรรมเกิดขึ้นระหว่าง 2 ฝ่าย

ส่วนปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่พบผมเห็นในระหว่างล่องเรือวันนั้นก็คือเรื่องของขยะแถวท่าเทียบเรือสินค้า ไกด์ของเราบอกว่านี่เป็นปัญหาโลกแตกเพราะขยะที่เกิดขึ้นบริเวณนี้เป็นขยะจากที่อื่นที่ไหลมาตามกระแสน้ำ เก็บยังไงก็เก็บไม่หมด เพราะพอถึงช่วงกระแสน้ำไหลออกก็จะพัดพาขยะออกไป แต่พอถึงช่วงน้ำไหลเข้าก็จะพัดพาขยะเข้ามา วนเวียนไป-มาอยู่อย่างนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติสำหรับคนแถวท่าเทียบเรือสินค้าไปแล้ว

เรื่องนี้ผมฟังแล้วก็นึกถึงทะเลหลายแห่งที่ประสบปัญหาแบบเดียวกันคือ กระแสทะเลน้ำที่เข้า-ออกจะพาขยะมาด้วย ที่ไหนโชคร้ายหน่อยขยะก็จะพัดไปเกยตื้นยังฝั่ง ยังชายหาด ดูไม่น่าอภิรมย์ ส่วนขยะที่อยู่ในทะเลก็จะลอยไป-ลอยมา ลอยเข้า-ลอยออก

ไม่มีใครตอบได้ว่าขยะไหลมาจากไหนและจะลอยไปที่ไหน แต่ที่รู้ก็คือ ขยะส่วนใหญ่เกิดจากน้ำมือการทิ้งของมนุษย์แน่นอน!?!

การยกบอกปลามีหลัง ภูมิปัญญาการทำประมงพื้นบ้านอันโดดเด่นแห่งทะเลสาบสงขลา

3...

พูดถึงโพงพางสำหรับผมถือว่าไม่ใช่ของแปลกใหม่เท่าไหร่เพราะเคยเห็นมาแล้วหลายที่ เช่นเดียวกับการกู้อวนที่พบเห็นกลางทะเลสาบสงขลาก็ถือว่าไม่แปลกใหม่เช่นกัน

แต่ว่าไอ้เรื่องเดิมๆธรรมดาๆนี่แหละหากมองให้ลึกลงไป กลับมีความแปลกใหม่และความไม่ธรรมดาอยู่ไม่น้อยทีเดียว เพราะไอ้เจ้า กุ้ง กั้ง ปลา ปู ที่สาวอวนขึ้นมาตัวโตๆจนเพียบแปล้ลำเรือนั้นมันน่าซื้อกับไปปิ้ง ไปนึ่งกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บเสียนี่กระไร โดยเฉพาะกับปูดำหลายตัวที่ติดขึ้นมานี่ถือเป็นของหายากของกินในระดับหรูทีเดียว ว่าแล้วผมก็ตะโกนบอกคนกู้อวนว่าขอซื้อปูปลาไปนึ่งกินกับเมนูพื้นบ้านรสเด็ดในมื้อเที่ยง ที่รอพวกเราอยู่ในขนำน้อยกลางทะเลสาบสงขลา

แต่ประทานโทษ!?! คนกู้อวน หน้าเข้ม ผิวเข้ม แต่มากไปด้วยรอยยิ้มบอกกับผมว่า ไม่สามารถขาย กุ้ง กั้ง ปู ปลา เหล่านี้ให้ผมได้ เพราะมีคนเหมาเอาไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว

ในทะเลสาบสงขลาอันกว้างใหญ่ นอกจากชาวประมงจะมีกฎระเบียบในการออกทะเลอย่างเคร่งครัดแล้ว กฏระเบียบแห่งการกระกอบอาชีพก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ(มาก)เช่นกัน

...เพราะหากไม่เคร่งครัดต่อกฎระเบียบแห่งการทำมาหากิน...อาจจะส่งผลให้ขาดความน่าเชื่อถือได้

...และหากไม่เคร่งครัดต่อกฎระเบียบของการใช้ชีวิตกลางทะเล...บางทีอาจจะส่งผลถึงชีวิตได้

เมนูพื้นบ้านรสเด็ด ในขนำน้อยกลางทะเลสาบ

4...

ต้องถือว่าการล่องเรือช่วงแรกของวันนั้น ผมค่อนอับโชคที่ไม่เห็นการกู้โพงพาง และการล้อม “หมำ”ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาอันโดดเด่นแห่งทะเลสาบสงขลา งานนี้ผมจึงทำได้เพียงกลับกรุงเทพฯมารอดู เท่งกะโหน่งวิ่งไล่ล้อม “หม่ำ”(จ๊กม๊ก) ในรายการของ “เสี่ยตา” ปัญญา นิรันดร์กุล แทน

แม้จะไม่เห็นการจับหมำ แต่พี่สุเทพก็อธิบายถึงการล้อมหมำอย่างคร่าวๆให้เกิดกิเลสอยากมาล่องเรือเที่ยวที่ทะเลสาบสงขลาอีกว่า

“การล้อมหมำ เป็นการจับปลารูปแบบหนึ่ง โดยชาวประมงจะตัดต้นไม้แล้วไปนำมาปักไว้ในน้ำบริเวณแหล่งที่มีปลาชุกชุม ก่อนจะปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2 อาทิตย์ จากนั้นเมื่อแน่ใจแล้วว่ามีปลามาอาศัยอยู่เต็มในบริเวณที่ปักต้นไม้ไว้ จึงนำแหมาล้อมดักปลา แล้วค่อยๆล้อมเข้าไปให้ชิดเรื่อยๆ ระหว่างที่ล้อมก็ต้องคอยเอาต้นไม้ที่ปักไว้ โยนออกไปนอกบริเวณหม่ำที่ล้อมจับด้วย ถ้าไม่ใช่ชาวประมงที่เชี่ยวชาญจะทำวิธีนี้ไม่ได้ เพราะต้องอาศัยทักษะความชำนาญและประสบการณ์เป็นพิเศษ”

หลังเรือแล่นฝ่าคลื่นลมมาจนมองเห็นขนำกลางทะเลที่เป็นจุดแวะหม่ำมื้อเที่ยงในเมนูพื้นบ้านรสเด็ดท่ามกลางบรรยากาศคืบก็ทะเลศอกก็ทะเล โชคได้เริ่มเข้าข้างผมแล้ว

เพราะในท้องทะเลผมเห็นชายคนหนึ่งกำลังง่วนอยู่กับการดำผุดดำว่ายงมหากระบอกสีดำ แล้วก็ยกไปย้ายมาก่อนจะดำไปงมหากระบอกอันต่อไป

เอ...เขาทำอะไรหนอ??? หรือเขาหาใบสมัครเข้าพรรคชาติไทย ของสนธยา คุณปลื้ม

เรื่องนี้ดูเหมือนว่าพี่สุเทพจะรู้ว่าผมและเพื่อนๆหลายในเรือสงสัยใคร่รู้ว่า ว่าแล้วพี่แกก็บอกให้นายท้ายเรือค่อยๆแล้วเรือเข้าไปใกล้ๆยังชายปริศนาผู้งมหากระบอกคนนั้น พร้อมๆกับอธิบายว่า นี่คือการจับปลาที่เรียกว่าการยก(กระ)บอกปลามีหลัง หรือปลาดุกทะเลเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาพื้นบ้านแห่งทะเลสาบสงขลา ที่มีการทำมาช้านานแล้ว ปัจจุบันยังคงหลงเหลืออยู่เฉพาะในลุ่มน้ำแถวนี้

“สำหรับวิธีการทำ ชาวประมงจะหาไม้ไผ่ขนาดเขื่องยาวประมาณเมตรๆกว่าถึง 2 เมตร กว้านข้อข้างในออกให้เป็นรูกลวง แล้วนำไปไว้ในแหล่งของปลาดุกทะเลพร้อมทำตำแหน่งไว้ จากนั้นก็รอเวลาที่เหมาะสมค่อยกลับมางมกระบอก ซึ่งก็แล้วแต่โชคด้วยว่าจะได้ปลาในกระบอกหรือเปล่า ส่วนใหญ่จะเป็นปลามีหลังหรือปลาดุกทะเล เพราะมันชอบอาศัยอยู่ในรู และชอบกลิ่นของไม้ไผ่ พอเอาไปปักไว้มันก็จะเข้ามานอนในนั้น”

“บางทีกระบอกหนึ่งมันเข้ามานอนถึง 3-4 ตัวแนะ พอชาวประมงมาจับ เขาคลำกระบอกจากประสบการณ์รู้ว่าในกระบอกมีปลาหรือมีสัตว์น้ำอยู่ เขาจะรีบยกขึ้นมาเทด้านหนึ่งใส่ถังหรือตาข่ายให้ปลามันไหลลงไป เท่านั้นก็ได้แล้ว แต่ว่าคนที่จะทำได้ต้องดำน้ำเก่งและมีประสบการณ์มาก” พี่สุเทพอธิบาย

พูดถึงปลาดุกทะเลนี่ นำไปทอดกรอบหรือผัดเผ็ดอร่อยเด็ดนักแล ซึ่งนี่นับเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นการจับปลาด้วยวิถีการที่ดูเหมือนไม่ยากเย็นอะไร แต่ว่าจริงๆแล้วกลับแฝงไว้ด้วยวิถีแห่งภูมิปัญญาและประสบการณ์อันโชกโชนของชาวประมงแห่งทะเลสาบสงขลา

ทะเลสาบที่วันนี้ยังไม่สิ้นมนต์ขลัง เพราะถึงแม้ กุ้ง หอย ปู ปลา บางส่วนจะหายไปตามสภาพแวดล้อม แต่ก็ยังคงมีเหลือมากพอให้ชาวประมงพื้นบ้านในทะเลสาบเลือกทำมาหากินกันอย่าง“พอเพียง”

พอเพียง...คำของพ่อหลวงที่เรียบง่าย แต่ว่าช่างทรงคุณค่ากับมนุษยชาติเสียนี่กระไร เพราะหากทุกคนตั้งมั่นอยู่ในความพอเพียง โลกคงน่ารื่นรมย์กว่านี้ ธรรมชาติคงไม่ถูกทำลายมากมายเท่าทุกวันนี้...


การล่องเรือเที่ยวทะเลสาบสงขลาเป็นหนึ่งในในโครงการเรือประมงพื้นบ้านเพื่อการท่องเที่ยว ประกอบด้วย โปรแกรมท่องทะเลสาบสงขลา และโปรแกรมเที่ยวเกาะหนู-เกาะแมว ผู้สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลนครสงขลา โทร.0-7431-1015 ต่อ115 หรือที่ ททท. ภาคใต้ เขต 1 โทร. 0 -7423- 1055, 0 -7423 -8518, 0 -7424- 3747


มารีนเนอร์ไทยดอทคอม | MarinerThai.Com

 

จำนวนผู้เข้าชมหน้านี้   3817

 Disclaimed: มารีนเนอร์ไทยดอทคอม ขอสงวนสิทธิ์ในการรับรองความถูกต้องในบทความ ข้อมูล เนื้อหา ภายในเว็บไซด์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล ภาพ เสียง ซอฟแวร์ การเชื่อมโยง(ลิงค์) และ/หรือ บริการอื่นๆ และจะไม่รับผิดชอบในความผิดพลาดในการใช้เนื้อหาดังกล่าวข้างต้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางด้าน การค้า การกระทำ การคาดการณ์ พยากรณ์ การวิจัย และอื่นๆ ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลเฉพาะของท่านผู้เขียนแต่ละรายไป ตลอดจนข้อกำหนดทางด้านลิขสิทธิ์ กรณีที่ท่านส่งบทความที่มิได้ขออนุญาตต่อผู้ครองสิทธิ์แท้จริงนำมาลงไว้ภายในเว็บไซด์นี้

 

 
 

 

 

Photos from Mariner Advertising in marinerthai.net

หน้าแรกก | เว็บบอร์ดชาวเรือ | สารบัญเว็บไซด์ชาวเรือ | สมุดภาพเรือเดินทะเล | สนับสนุนเว็บเรา | ติดต่อเรา

© 2002 Mariner Thai Dot Com Mariner Thai Dot Net. All rights reserved - Web designed by .<nv>.

 MarinerThai.Com | MarinerThai.Net | MarinerThai.Org

Contact webmaster: | Organizer : CKN - Cyber Ket Network